วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

คณิตศาสตร์กับมายากล (3)



“ นักมายากลผู้เกียจคร้าน “

     ในวิชาคณิตศาสตร์เราสนใจไพ่ป๊อกเมื่อเรียนเรื่อง “ความน่าจะเป็น”   ไพ่ป๊อกเป็นไพ่ที่มีหน้าไพ่แบบชาติตะวันตก มีทั้งหมด  52  ใบ  แบ่งเป็น  4  ชุดหรือ  4  ดอก  คือ โพดำ  โพแดง  ดอกจิก และขาวหลามตัด  โดยแต่ละชุดจะมีไพ่  13  ใบ  ได้แก่ไพ่ที่มีตัวเลข  2  ถึง  10  และไพ่ที่ไม่ใช่ตัวเลขคือ 
J ( jack – แจ๊ค )  ,  Q ( queen – ควีน แต่คนไทยนิยมเรียกว่า แหม่ม )  ,  K ( king – คิง )  และ  A ( ace – เอซ )   ดังรูป



                                 ภาพ ไพ่ป๊อก  1  สำรับ  52  ใบ   จาก  http://th.wikipedia.org/wiki/ไพ่ป๊อก



     นักมายากลมักจะนำไพ่ป๊อกมาใช้ในการแสดงมายากลในรูปแบบต่างๆ กัน   และพวกเรา นักมายากลคณิตศาสตร์สมัครเล่น ก็สามารถจะประยุกต์ความรู้เรื่อง “การนับ” มาแสดงมายากลโดยใช้ไพ่ป๊อกได้เช่นกัน

     การแสดงมายากลชุด “นักมายากลผู้เกียจคร้าน”  นี้นักมายากลจะไม่แตะต้องไพ่เลยแม้แต่ใบเดียว ทำแต่เพียงออกคำสั่งเท่านั้น ไพ่ใบที่ผู้ชมเลือกเอาไว้ก็จะปรากฏออกมาให้เห็นได้ถูกต้องแม่นยำอย่างน่าอัศจรรย์



     นักมายากลเริ่มการแสดงโดยนำไพ่ป๊อกหนึ่งสำรับมาวางคว่ำหน้าไว้ตรงหน้าผู้ชม  แล้วส่งไพ่ทั้งสำรับให้กับผู้ชมท่านหนึ่ง จะเป็นคนหนึ่งคนใดก็ได้  จากนั้นนักมายากลก็หันหลังให้ผู้ชมแล้วออกคำสั่งให้ผู้ชมปฏิบัติตามเป็นระยะๆ

     “ เอาไพ่ออกมา  12  ใบ หรือมากกว่านั้นก็ได้ตามใจชอบ  ส่วนไพ่ที่เหลือก็วางไว้และไม่ต้องไปสนใจมันอีก ........ สับไพ่ที่เอาออกมาจากกองให้ทั่วจนพอใจ ........ เสร็จแล้วจงหงายดูไพ่ก้นกองจำไว้ให้ดี  ผม / ดิฉัน จะทายให้ถูกว่าไพ่ใบนั้นเป็นไพ่อะไร  ให้คนข้างๆ ช่วยกันจำด้วยก็ดีนะครับ / คะ “

     การสั่งให้หลายๆ คนช่วยกันจำจะทำให้กิจกรรมมีความเร้าใจมากขึ้นเพราะผู้ชมจำนวนมากมีส่วนร่วม

     นักมายากลออกคำสั่งต่อไป
     “ เอาละ คราวนี้ให้คิดเลขไว้ในใจจำนวนหนึ่ง ตั้งแต่  1  ถึง  10  จะชอบจำนวนใดก็ได้  ........  แล้วนับไพ่จากตอนบนของกองให้เท่ากับจำนวนที่เลือกไว้  ........  ได้ครบแล้วก็นำไปซ้อนไว้ก้นกอง “

     จากนั้นนักมายากลหันหน้ามาหาผู้ชมแล้วพูดว่า
     “ ขอให้แจกไพ่โดยคว่ำหน้าและให้ทับกันลงไปทีละใบ พยายามคิดถึงไพ่ใบที่คุณจำไว้  ผม / ดิฉัน จะบอกให้หยุดเมื่อถึงไพ่ปริศนาใบนั้น “

     ตอนนี้นักมายากลแสดงให้เห็นว่ากำลังพยายามสำรวมจิตไปที่การแจกไพ่  แต่จนกระทั่งผู้ชมแจกไพ่ไปจนหมดกองนักมายากลก็ยังไม่ได้บอกให้หยุด  นักมายากลสั่นหัวเหมือนว่ายังทำได้ไม่ดีพอ และบอกกับผู้ชมว่า
     “ มีอะไรบางอย่างเข้ามาแทรก เอาใหม่อีกสักครั้งนะครับ / คะ “

     นักมายากลหันหลังให้ผู้ชม
     “ ขอให้ตั้งใจคิดถึงไพ่ใบนั้นไว้  เราจะย้อนกลับไปเริ่มใหม่อีกครั้ง  ........ นับไพ่ตอนบนกองเท่ากับจำนวนที่เลือก  ........  เอาไปไว้ก้นกอง “

     เมื่อทำตามคำสั่งนี้เสร็จสิ้นแล้ว ไพ่ใบที่ผู้ชมช่วยกันจำไว้นั้นจะอยู่เป็นใบแรกของกอง  ( ถ้ากำลังซ้อมแสดงจะแอบเปิดดูให้แน่ใจก็ได้นะ )  แต่ถ้าทายตอนนี้ก็คงไม่น่าสนุกเท่าไร ต้องทำให้ซับซ้อนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น
     นักมายากลออกคำสั่งต่อไปว่า
     “ แจกไพ่คว่ำหน้าลงไปทีละใบ  ตั้งสมาธิไปที่ไพ่ใบนั้น “

     เมื่อผู้ชมแจกไพ่ลงไป นักมายากลก็จะนับในใจตามไปด้วยจนถึงใบที่ 5  นักมายากลบอกให้ผู้ชมหยุดแจกทันที พร้อมกับพูดว่า
     “ หยุดก่อน  ........  เลยไพ่ใบนั้นไปแล้ว  เก็บไพ่ขึ้นมาไว้บนกองใหม่  ........  แจกใหม่ คราวนี้ทำช้าๆ นะ “

     ( การสั่งให้หยุดที่ไพ่ใบที่ 5  เมื่อนำเข้ารวมไว้ตอนบนของกอง จะทำให้ไพ่ใบที่ผู้ชมจำไว้นั้นไปอยู่เป็นใบที่ 5 นับจากไพ่ใบบน  ดังนั้นถ้ามีความจำเป็นต้องแสดงมายากลชุดนี้ซ้ำอีกครั้งก็ควรสั่งให้หยุดที่ไพ่ในลำดับอื่นแทนไม่ควรซ้ำเดิม )

     ผู้ชมรวบไพ่ที่แจกไปแล้วขึ้นมาไว้ตอนบนของกอง และเริ่มแจกใหม่อย่างช้าๆ  เมื่อผู้ชมแจกไพ่ไปแล้ว  4  ใบ  และไพ่ใบที่ 5  กำลังถืออยู่ในมือ  นักมายากลรีบพูดด้วยเสียงอันดังว่า
     “ หยุด บอกมาว่าไพ่ใบที่จำไว้คืออะไร “

     ผู้ชมก็จะบอกไพ่ใบที่พวกเขาช่วยกันจำไว้  นักมายากลบอกให้ผู้ชมหงายไพ่ที่ถืออยู่ในมือ ซึ่งจะเป็นใบเดียวกันกับที่ผู้ชมจำไว้ตั้งแต่ต้นนั่นเอง


       ( ผู้ชมปรบมือด้วยความพอใจ  นักมายากลกล่าวขอบคุณ  จบการแสดงมายากลชุด นักมายากลผู้เกียจคร้าน )



ทำได้อย่างไร
          เราลองมาดูกันว่าการกระทำในแต่ละขั้นตอนมีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง

ขั้นตอนที่ 1     “ เอาไพ่ออกมา  12  ใบ หรือมากกว่า  แอบหงายดูไพ่ก้นกองแล้วจำไว้ “

          ในที่นี้ขอใช้เพียง  12  ใบ สำหรับอธิบาย สมมุติว่าได้ไพ่ ดังรูป
  ซึ่งขณะแสดงมายากลไพ่กองนี้จะต้องคว่ำหน้าอยู่  ดังนั้นไพ่ก้นกองที่ผู้ชมต้องจำคือไพ่ 8 ดอกจิก






















ขั้นตอนที่ 2     “ คิดเลขไว้จำนวนหนึ่ง ตั้งแต่ 1 ถึง 10  แล้วนำไพ่ตอนบนกองให้เท่ากับจำนวนที่เลือกไปซ้อนไว้ก้นกอง “   

          ในที่นี้สมมุติว่าจำนวนที่ผู้ชมเลือกคือ  7    ดังนั้นไพ่  7  ใบ ที่อยู่ตอนบนของกอง ตั้งแต่  8 โพดำ ลงมาจนถึง  5 โพแดง  จะถูกนำไปซ้อนไว้ที่ก้นกอง


















                    เมื่อย้ายไพ่  7  ใบ ไปไว้ก้นกองแล้วก็จะได้ไพ่กองใหม่ดังรูป




ขั้นตอนที่ 3     “ แจกไพ่โดยคว่ำหน้าและให้ทับกันลงไปทีละใบ จะบอกให้หยุดเมื่อถึงไพ่ใบนั้น“

          ในขั้นตอนนี้นักมายากลต้องแสดงให้แนบเนียนว่าไม่ได้ตั้งใจที่ไม่ได้บอกหยุดจนไพ่แจกหมดกอง  ซึ่งความจริงแล้วต้องการให้เป็นเช่นนั้น ขอย้ำว่าต้องปล่อยให้แจกไพ่คว่ำหน้าทีละใบลงไปจนหมดกอง  ลองมาดูกันว่าเมื่อผู้ชมแจกไพ่คว่ำหน้าลงไปจนหมดกองแล้วไพ่มีการเคลื่อนที่อย่างไร

         
จะเห็นได้ว่าไพ่ 9 โพดำจะเป็นไพ่ใบแรกที่ถูกแจกคว่ำหน้าลงไป และจะกลายเป็นไพ่ก้นกอง  และเมื่อแจกไพ่หมดกอง ไพ่ 5 โพแดงก็จะกลับมาอยู่เป็นใบแรกของกอง  ขอให้สังเกตว่าไพ่ใบสำคัญคือ 8 ดอกจิก จะไปอยู่เป็นใบที่ 8  เมื่อนับจากตอนบนของกอง  ดังรูป




ขั้นตอนที่ 4     “ ย้อนกลับไปเริ่มใหม่อีกครั้ง   นับไพ่ตอนบนกองเท่ากับจำนวนที่เลือกเอาไปไว้ก้นกอง “


          เมื่อผู้ชมนำไพ่  7  ใบไปไว้ก้นกอง  จะทำให้ไพ่ที่ผู้ชมช่วยกันจำคือ  8 ดอกจิก  เลื่อนขึ้นมาเป็นไพ่ใบแรกของกอง  ผลที่ได้เมื่อย้ายไพ่  7  ใบแล้วเป็นดังรูป





ขั้นตอนที่ 5     “ แจกไพ่คว่ำหน้าลงไปทีละใบ  ตั้งสมาธิไปที่ไพ่ใบนั้น “  และนักมายากลสั่งให้หยุดเมื่อแจกไปได้  5  ใบ
          เมื่อผู้ชมแจกไพ่คว่ำหน้าไปได้  5  ใบ แล้วนักมายากลสั่งให้หยุด และให้เก็บไพ่ขึ้นมาวางบนกอง ก็แสดงว่าไพ่เป้าหมายหรือ 8 ดอกจิกขณะนี้จะอยู่เป็นใบที่ 5 


ขั้นตอนที่ 6     “ คราวนี้แจกใหม่ ทำช้าๆ นะ “
          นักมายากลรอคอยให้ไพ่ใบที่ 5 อยู่ในมือของผู้ชมเพื่อเตรียมแจก  พอได้จังหวะก็รีบพูดทันที  “ หยุด ... บอกมาว่าไพ่ใบที่จำไว้คืออะไร “   ซึ่งไพ่ที่ผู้ชมพูดก็คือไพ่ที่ผู้ชมกำลังถืออยู่ในมือนั่นเอง



     คณิตศาสตร์กับมายากล  ชุด “ นักมายากลผู้เกียจคร้าน “  เรียบเรียงจากแหล่งความรู้ต่างๆ ดังนี้
     1. ด.ช.ดอน ดินแดง. เกมสนุกของเด็ก. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ เทพพิทยา, 2514.
     2. http://th.wikipedia.org/wiki/ไพ่ป๊อก






วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

คณิตศาสตร์กับมายากล (2)



“ รหัสลับสลับเลข “

     มายากลชุดนี้มีต้นแบบมาจากรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อภาษาไทยว่า  “ฉลาดสุดๆ”  ทางช่อง 9 อสมท. คืนวันพฤหัสบดี  แต่นานมากแล้ว จำวันที่ออกอากาศไม่ได้    โดยจะใช้การคำนวณขั้นพื้นฐานมาสร้างเป็นรหัสลับที่ดูเหมือนจะมีความซับซ้อน  แต่นักมายากลคณิตศาสตร์สมัครเล่น ก็สามารถไขปริศนาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

     นักมายากล ให้ผู้ชมเลือกจำนวนที่มีค่าไม่เกิน  100  ไว้ในใจหนึ่งจำนวน และตัวเลขทั้งสองหลักต้องไม่ซ้ำกัน  เช่นเลือก  1  ได้ เพราะเมื่อเขียนเป็นสองหลักจะหมายถึง  01  แต่เลือก  22  ไม่ได้ เพราะตัวเลขซ้ำกัน

     เมื่อผู้ชมเลือกจำนวนได้แล้ว นักมายากลบอกให้ผู้ชมสลับที่ตัวเลขทั้งสอง คือเปลี่ยนตัวเลขในหลักหน่วยไปอยู่ในหลักสิบ  และเอาตัวเลขในหลักสิบไปไว้ในหลักหน่วย  เช่น  จำนวนที่เลือก คือ  47  ให้สลับที่ตัวเลขได้จำนวนใหม่เป็น  74

     นักมายากลบอกให้ผู้ชมหาผลต่างของจำนวนทั้งสอง โดยให้จำนวนที่มีค่ามากกว่าเป็นตัวตั้ง แล้วลบออกด้วยจำนวนที่มีค่าน้อยกว่า  และจำคำตอบที่ได้เอาไว้  หรือจะเขียนเพื่อกันลืมก็ได้ แต่อย่าให้นักมายากลเห็นเป็นอันขาด  เช่น  เลือก  47  สลับที่ได้เป็น  74   ดังนั้นหาผลต่างได้ดังนี้   74 – 47  =  27    จำคำตอบ  27  ไว้ในใจ 

     เมื่อผู้ชมหาผลต่างเรียบร้อยแล้ว นักมายากลหยิบกระดาษรหัสลับขึ้นมา  1  แผ่น  และส่งให้ผู้ชมดูว่าจำนวนที่เป็นคำตอบนั้นตรงกับตัวอักษรใด  นักมายากลรับกระดาษรหัสลับคืน หลับตาทำสมาธิ  2 – 3  วินาที และเมื่อลืมตาขึ้นก็บอกตัวอักษรตัวนั้นได้ถูกต้อง

          ( ผู้ชมปรบมือแสดงความชื่นชม   นักมายากลคำนับผู้ชม   จบการแสดงมายากลชุด รหัสลับสลับเลข )




ตัวอย่างแผ่นรหัสลับ



























ทำได้อย่างไร

     ก่อนอื่นต้องขอให้ทำความเข้าใจเรื่องระบบเลขฐานสิบกันก่อน   ระบบเลขฐานสิบเป็นระบบเลขฐานที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน มีสัญลักษณ์ใช้อยู่สิบตัว คือ  
0 , 1 , 2 , 3 , 4 , 5 ,  6 , 7 , 8  และ  9     โดยมีค่าประจำหลักดังนี้






















          เช่น   จำนวน     4,503.217   สามารถเขียนกระจายตามหลักได้ดังนี้
     4,503.217  =  ( 4 x 103 ) + ( 5 x 102 ) + ( 0 x 101 ) + ( 3 x 100 ) + ( 2 x 10–1 ) + ( 1 x 10–2 ) + ( 7 x 10–3 )

                       =   4000 + 500 + 0 + 3 + 0.2 + 0.01 + 0.007


   กลับมาที่การแสดงมายากล  สมมุติว่าผู้ชมเลือกจำนวนเลขสองหลัก คือ  AB   โดยที่  และ  ไม่ใช่ตัวเลขตัวเดียวกัน เพราะไม่ให้ใช้จำนวนที่มีตัวเลขซ้ำกัน

  เมื่อเขียนกระจายตามหลักจะได้     AB   =   ( A x 101 ) + ( B x 100 )

                                                          =   10A + B

 และเมื่อมีการสลับตำแหน่งจะได้เป็นจำนวน  BA

                                   ดังนั้น    BA   =   10B + A


       ต่อไปให้หาผลต่างของจำนวนทั้งสอง ซึ่งหมายความว่าให้นำจำนวนที่มีค่ามากกว่าเป็นตัวตั้งแล้วลบออกด้วยจำนวนที่มีค่าน้อยกว่า

     กรณีที่ 1    ถ้า  AB  มีค่ามากกว่า  BA     (  เช่น   52   มีค่ามากกว่าจำนวนที่สลับที่ คือ  25  )

               จะได้ผลต่าง   =   AB – BA

                                   =   ( 10A + B ) – ( 10B + A )

                                   =   10A + B – 10B – A

                                   =   9A – 9B

                                   =   9 ( A – B )

     กรณีที่ 2    ถ้า  AB  มีค่าน้อยกว่า  BA     (  เช่น   39   มีค่าน้อยกว่าจำนวนที่สลับที่ คือ  93  )

               จะได้ผลต่าง   =   BA – AB

                                   =   ( 10B + A ) – ( 10A + B )

                                   =   10B + A – 10A – B

                                   =   9B – 9A

                                   =   9 ( B – A )

          จากทั้งสองกรณีจะเห็นได้ว่าค่าของผลต่างเป็นพหุคูณของ 9  หรือก็คือค่าของผลต่างที่ได้ต้องมี  9  เป็นตัวคูณอยู่ด้วยเสมอ    ในขณะที่ค่าของ  A – B  หรือ  B – A  สามารถเป็นได้ตั้งแต่  1  ถึง  9   แสดงว่าผลต่างที่ได้จะต้องเป็นเพียงค่าใดค่าหนึ่งต่อไปนี้เท่านั้น  คือ   9 , 18 , 27 , 36 , 45 , 54 , 63 , 72  หรือ  81

          ดังนั้นในการสร้างแผ่นรหัสลับ  ตัวอักษรที่จะเขียนอยู่กับตัวเลข 9 , 18 , 27 , 36 , 45 , 54 , 63 , 72  หรือ  81 ต้องเป็นตัวอักษรตัวเดียวกัน  ซึ่งนักมายากลจะสามารถทายตัวอักษรได้ทันที   แต่ต้องสร้างแผ่นรหัสลับที่ไม่ให้ผู้ชมสังเกตพบลักษณะพิเศษนี้ได้ง่าย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องแสดงซ้ำหลายครั้งก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำแผ่นรหัสลับที่แตกต่างกันออกไปหลายๆ แบบ



ตัวอย่างแผ่นรหัสลับ






ตัวอย่างแผ่นรหัสลับ


























วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

คณิตศาสตร์กับมายากล (1)



คณิตศาสตร์กับมายากล

          มายากลเป็นศิลปะการแสดงเพื่อความบันเทิง  โดยที่การแสดงจะมีลักษณะลวงตาผู้ชม เป็นการแสดงเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นได้ราวกับว่าผู้แสดงมีเวทมนตร์ เช่น ดึงกระต่ายออกมาจากหมวก หรือทำให้ไพ่ที่ถืออยู่ในมือหายไป  เรียกผู้ที่แสดงมายากลว่า นักมายากล     และในขณะที่เราเรียนคณิตศาสตร์ ก็มักจะพบเรื่องที่ทำให้รู้สึกแปลกใจอยู่เสมอ ดังนั้นถ้าเราสามารถประยุกต์ความรู้ทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการแสดงมายากลได้  เราก็จะได้ชื่อว่าเป็น นักมายากลคณิตศาสตร์สมัครเล่น



“ แก้วมหัศจรรย์ “
          นักมายากลคณิตศาสตร์สมัครเล่น  ( ซึ่งต่อไปจะขอเรียกสั้นๆ ว่า นักมายากล )  วางตะกร้าอุปกรณ์ที่เตรียมมาลงบนโต๊ะ

     - หยิบแก้วกระดาษที่ใช้สำหรับใส่กาแฟร้อนออกมาหนึ่งใบ (กำหนดเป็นแก้ว–1)  เอียงแก้วให้ผู้ชมเห็นว่าเป็นแก้วเปล่า แล้ววางบนโต๊ะ

     - เทข้าวโพดคั่ว (หรือขนมชนิดอื่นที่มีขนาดใหญ่เท่าๆ กับข้าวโพดคั่ว และผู้ชมรู้ได้ด้วยตนเองว่าถูกน้ำไม่ได้) ใส่ลงในแก้วพลางพูดว่า “ ขออนุญาตกินในระหว่างการแสดงนะครับ / คะ “

     - นักมายากลเทข้าวโพดคั่วจนสูงพูนเหนือขอบแก้ว  เสร็จแล้วมองไปทางผู้ชม และทำทีท่าเหมือนกับว่ามีผู้ชมบางท่านอยากกินข้าวโพดคั่ว จึงพูดขึ้นว่า  “ อ้าว มีผู้ชมท่านหนึ่งอยากกินข้าวโพดคั่วด้วย  ได้เลยครับ / ค่ะ “

     - นักมายากลดึงแก้วกระดาษขึ้นมาอีกหนึ่งใบ (แก้ว–2)  เอียงแก้วให้ผู้ชมเห็นว่าเป็นแก้วเปล่า แล้ววางบนโต๊ะ

     - เทข้าวโพดคั่วจากแก้วใบแรก (แก้ว–1) ลงในแก้วใบใหม่ (แก้ว–2) จนหมด  ซึ่งข้าวโพดคั่วจะสูงพูนขอบแก้วใบใหม่ในระดับเดียวกัน

     - นักมายากลก็พูดขึ้นว่า  “ แต่เมื่อกินข้าวโพดคั่วก็จะทำให้กระหายน้ำนะครับ / คะ   ดังนั้นก็จะให้น้ำ (หรือเครื่องดื่มอื่น) ไปดื่มด้วยครับ / ค่ะ “

     - นักมายากลดึงแก้วกระดาษขึ้นมาอีกหนึ่งใบ (แก้ว–3)  เอียงแก้วให้ผู้ชมเห็นว่าเป็นแก้วเปล่า แล้ววางบนโต๊ะ (ถ้ามีน้ำแข็งก็ใส่ลงไปด้วย)

     - นักมายากลหยิบแก้วใบแรก (แก้ว–1)  ซึ่งตามการรับรู้ของผู้ชมแล้วแก้วใบนี้ควรจะว่างเปล่า  เทน้ำออกมาจาก  “แก้ว–1”  ลงสู่  “แก้ว–3”


     (   ผู้ชมปรบมือด้วยความชื่นชมและจะรู้สึกแปลกใจไปพร้อมกันว่าทำได้อย่างไร    นักมายากลกล่าวขอบคุณผู้ชม       จบการแสดงชุด แก้วมหัศจรรย์  )





ทำได้อย่างไร

     มายากลชุดนี้มีต้นแบบมาจากรายการโทรทัศน์  แต่จำชื่อรายการไม่ได้แล้ว 

     มายากลชุดแก้วมหัศจรรย์จะใช้ความรู้เกี่ยวกับขนาดและรูปทรง

  ขั้นแรกเราต้องเตรียมอุปกรณ์ก่อน ให้หาแก้วกระดาษแบบเดียวกันแต่มีขนาดต่างกัน ใบใหญ่  2  ใบ  ใบเล็ก  3  ใบ



                      ใบใหญ่  2  ใบ             ใบเล็ก  3  ใบ




          ถ้านำแก้วใบใหญ่ซ้อนลงไปในแก้วใบเล็กก็จะเกิดที่ว่างระหว่างก้นแก้วทั้งสอง  ดังรูป


                                ใบใหญ่                    ใบเล็ก



                                เมื่อนำมาซ้อนกันจะเกิดช่องว่าง




          ใช้กรรไกรตัดแก้วใบใหญ่ทั้งสองใบในแนวระดับ  โดยให้เหลือขอบเหนือก้นแก้วเล็กน้อย  และต้องตัดแก้วใบใหญ่ทั้งสองใบให้เหลือความสูงเท่าๆ กัน



                    ใช้กรรไกรตัดส่วนบนของแก้วใบใหญ่ทั้งสอง




                                ส่วนที่เหลือเหมือนเป็นถ้วยเล็กๆ



          ขั้นต่อไปให้ตัด หรือเจาะก้นแก้วใบใหญ่  เจาะเพียงใบเดียวเท่านั้น  อีกหนึ่งใบไม่ต้องเจาะ  ขนาดของช่องที่เจาะก็จะต้องไม่ใหญ่เกินไปจนข้าวโพดคั่วหรือขนมหลุดผ่านไปได้ และต้องไม่เล็กมากจนน้ำหรือเครื่องดื่มไหลออกไม่สะดวก


                                                    เจาะก้นแก้วใบใหญ่หนึ่งใบ



          นำแก้วใบใหญ่ทั้งสองใบที่ตัดแต่งแล้วนี้ ซ้อนลงไปในแก้วใบเล็กคนละใบ  และควรใช้กาวช่วยให้แก้วใบใหญ่ติดแนบสนิทกับแก้วใบเล็ก   ในที่นี้จะเรียกชุดแก้วที่มีการเจาะรูว่า แก้ว–1   เรียกชุดแก้วที่ไม่เจาะรูว่า แก้ว–2   และเรียกแก้วปกติว่า แก้ว–3





          การเตรียมตัวก่อนแสดงมายากล  ให้เทน้ำหรือเครื่องดื่มลงใน แก้ว–1  ระมัดระวังอย่าให้มากเกินไป  เช็ด แก้ว–1 ให้สะอาดทั้งภายในและภายนอก   และควรทำเครื่องหมายบนปาก แก้ว–1 ( เพื่อความไม่ประมาท ) จะได้รู้ว่าต้องเทข้าวโพดคั่วออกทางด้านไหน  จะต้องเทน้ำออกทางด้านไหน  และควรซ้อมวิธีการเอียงแก้วเพื่อแสดงว่าเป็นแก้วเปล่าโดยไม่ให้ผู้ชมสังเกตเห็น “ รู “ ที่อยู่ก้นแก้ว

          จัดเก็บแก้วโดยเรียงตามลำดับการแสดง กล่าวคือ จะต้องหยิบ แก้ว–1 ขึ้นมาก่อน เพื่อใส่ข้าวโพดคั่ว ต่อไปก็หยิบ แก้ว–2  เพื่อรับข้าวโพดคั่วจาก แก้ว–1    และเพราะว่า แก้ว–2  มีการปรับแต่งเอาไว้แล้วดังนั้นจะทำให้ผู้ชมเห็นว่าปริมาณของข้าวโพดคั่วไม่ได้เปลี่ยนไป  และสุดท้ายหยิบ แก้ว–3  เพื่อรับน้ำจาก แก้ว–1  











วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

คณิตศาสตร์กับศิลปะ 2 ลูกบาศก์โซมา (12)



เฉลย  (6)


รูปที่ 17


       เฉลยด้วยสี
                เฉลยด้วยรหัส









รูปที่ 18




        เฉลยด้วยสี

                เฉลยด้วยรหัส








รูปที่ 19




        เฉลยด้วยสี

                เฉลยด้วยรหัส








 รูปที่ 20




          เฉลยด้วยสี

          เฉลยด้วยรหัส







เรื่อง  “ ลูกบาศก์โซมา (Soma Cube) “  เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ดังนี้

1.  Martin Gardner. More Mathematical Puzzles and Diversions.  London : Penguin Books , 1966.

2.  http://en.wikipedia.org/wiki/Piet_Hein_(Denmark)  

3.  http://sci4fun.com/soma_cube/800/somapieces.png

4.  http://sci4fun.com/soma_cube/800/somasolution.png

5.  http://www.fam-bundgaard.dk/SOMA/FIGURES/NOTATION.HTM

6.  http://www.fam-bundgaard.dk/SOMA/NEWS/N991004.HTM

7.  http://www.fam-bundgaard.dk/SOMA/SOMA.HTM

8.  http://www.mathematische-basteleien.de/oricube.htm








วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

คณิตศาสตร์กับศิลปะ 2 ลูกบาศก์โซมา (11)



เฉลย  (5)

รูปที่ 13




        เฉลยด้วยสี
                เฉลยด้วยรหัส




รูปที่ 14



       เฉลยด้วยสี
                เฉลยด้วยรหัส





รูปที่ 15



        เฉลยด้วยสี
                เฉลยด้วยรหัส




รูปที่ 16



       เฉลยด้วยสี
                เฉลยด้วยรหัส