วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน – ความคิดคณิตศาสตร์ 1



คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน – ความคิดคณิตศาสตร์  1

คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน – ความคิดคณิตศาสตร์ เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ดังนี้

1. จุฑามาศ ศุภนคร   เอกสารการสอน ( ไฟล์ pdf )    “ คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน – ความคิดคณิตศาสตร์ “   คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี    มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
2. สมวงษ์ แปลงประสพโชค  “ เกมทายเลข 3 หลัก “ วารสารคณิตศาสตร์ ฉบับเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2536
3. “ นิราศภูเขาทอง ผลงานสุนทรภู่ “   http://hilight.kapook.com/view/72381
4. Martin Gardner   “ Nine – Digit Problem “    Wheels, Life and Other Mathematical Amusements  หน้า 171 – 172 และ 179
5. http://www.puzzles.com
6. http://th.wikipedia.org/wiki/แฮร์รี่_พอตเตอร์
7. http://en.wikipedia.org/wiki/Multiplication


คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
     กิจกรรมอย่างหนึ่งที่คนทุกคนทำเป็นประจำทุกวันก็คือ “คิด”   การคิดเป็นกระบวนการทางสมองซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก   คนเราจะมีความคิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใด และอิริยาบถใด นักจิตวิทยาจำแนกการคิดของคนเราออกเป็น  2  ลักษณะ คือ การคิดโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย (undirected thinking) และการคิดอย่างมีจุดมุ่งหมาย (the goal – directed thinking)  โดยมีรายละเอียดพอสังเขปดังนี้

     1.  การคิดโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย หรือการคิดแบบเชื่อมโยง (associated thinking) เป็นการคิดที่เป็นอิสระจากการถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขภายนอก ได้แก่ การฝัน การฝันกลางวัน  การได้รับสิ่งกระตุ้นจากสิ่งหนึ่งอาจทำให้เราคิดสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่มาเชื่อมโยงกับสิ่งกระตุ้นนั้น     ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud ค.ศ.1856 – 1939) นักจิตวิทยาวิเคราะห์เชื่อว่าการวิเคราะห์ผลจากการคิดแบบเชื่อมโยงสามารถช่วยให้เข้าใจปัญหาที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของคนเราได้

    ตัวอย่างการคิดโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย เช่น
          – ผู้ที่อยู่ในที่คุมขังฝันเห็นตนเองเป็นนกบินหนีออกไปได้
          – การฝันถึงการประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
          – การเห็นรูปรถยนต์อาจทำให้เราคิดถึงรถยนต์ที่เราชอบแล้วคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไรจึงจะมีโอกาสเป็นเจ้าของ    
     ความคิดลักษณะนี้อาจทำให้เกิดผลงานที่ดีขึ้นได้ เช่น
          – สุนทรภู่ ได้ประพันธ์นิราศภูเขาทองขณะที่อายุได้ 42 ปี และอยู่ในระหว่างการเดินทางไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทองที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อปีพ.ศ. 2371 โดยใจความของนิราศภูเขาทองได้พรรณนาเรื่องราวในช่วงเวลาหลังจากบวชมาหลายพรรษาแล้ว  ซึ่งระหว่างทางนั้นได้เกิดความอาลัยถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แม้ว่าท่านทรงเสด็จสวรรคตไปหลายปี โดยเมื่อเห็นภาพต่างๆ ระหว่างเดินทาง มักทำให้ย้อนนึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งอดีต  นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเปรยการใช้ชีวิตเมื่อยังหนุ่ม กับชีวิตในขณะปัจจุบันที่ผ่านการปฏิบัติธรรมทำให้มีมุมมองชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม

          ตัวอย่างบางส่วนของนิราศภูเขาทอง

                      ...
                       
               ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด                       คิดถึงบาทบพิตรอดิศร 
          โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร                  แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น
               พระนิพพานปานประหนึ่งศีรษะขาด         ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ
          ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น                            ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา
                      ...

               ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง                 มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
          โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา                     ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย
               ทำบุญบวชกรวดน้ำขอสำเร็จ                  สรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย
          ถึงสุราพารอดไม่วอดวาย                             ไม่ใกล้กรายแกล้งเมินก็เกินไป
               ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก               สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
          ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป                         แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน
                      ...               

               ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์                    มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
          แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร                     จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา
                      ...


          – ใน พ.ศ. 2533  เจ. เค. โรวลิงกำลังอยู่ในรถไฟที่มีคนเนืองแน่นจากแมนเชสเตอร์ไปยังลอนดอน เมื่อแนวคิดแฮร์รี่ " ตกลงมาใส่หัวของเธอ "     โรวลิงเล่าถึงประสบการฯณ์บนเว็บไซต์ของเธอโดยระบุว่า
               “ ฉันเคยเขียนค่อนข้างต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่อายุได้หกขวบ แต่ฉันไม่เคยตื่นเต้นกับแนวคิดไหนมาก่อน ฉันเพียงแค่นั่งลงและคิดเป็นเวลาสี่ชั่วโมง (รถไฟล่าช้า)  และทุกรายละเอียดก็ผุดขึ้นในสมองของฉัน และเด็กชายผอมกะหร่อง ผมดำ สวมแว่นตาผู้ไม่รู้ว่าตนเองเป็นพ่อมดนี้ก็ค่อยๆ กลายเป็นจริงขึ้นสำหรับฉัน “



     2.  การคิดอย่างมีจุดมุ่งหมาย เป็นการคิดที่เกิดขึ้นเมื่อเราต้องการคำตอบหรือวิถีทางที่สมเหตุสมผลในการแก้ปัญหา  การคิดชนิดนี้มีเป้าหมายชัดเจน ได้แก่ การคิดแก้ปัญหา การคิดหาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ เพื่อนำไปสู่การประดิษฐ์สิ่งแปลกใหม่ การคิดทฤษฎีหรือวิธีการใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ต่อมนุษยชาติ เป็นต้น




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น